สาระน่ารู้-ท่องเที่ยว » 6 เครื่องดื่มที่คุณไม่ควรซื้อกินอีกเลย

6 เครื่องดื่มที่คุณไม่ควรซื้อกินอีกเลย

28 พฤษภาคม 2018
391   0

ก่อนที่คุณจะโยนเครื่องดื่มเกลือแร่ยี่ห้อใหม่หรือน้ำอัดลมลงไปในรถเข็น โปรดตรวจสอบให้ดีก่อนว่าเครื่องดื่มเหล่านั้นอยู่ในรายการเครื่องดื่มที่ควรหลีกเลี่ยงดังต่อไปนี้หรือไม่

กาแฟผงสำเร็จรูปชนิดแต่งกลิ่นและรส

หากกาแฟผงของคุณมีกลิ่น “วานิลลาฮาเซลนัท” หรือ “เครื่องเทศฟักทอง” นั่นก็แปลได้ว่าคุณอาจกำลังดื่มกาแฟสังเคราะห์ในทุกๆเช้า จากการศึกษาพบว่าผู้คนส่วนใหญ่ต้องการเห็นคำว่า “ปรุงแต่งกลิ่นรสตามธรรมชาติ” บนฉลากมากกว่าคำว่า “กลิ่นรสสังเคราะห์” ซึ่งฟังดูปลอมและน่ารังเกียจ อย่างไรก็ตามมีข้อแตกต่างระหว่างทั้งสองอย่างนี้ คำว่ากลิ่นรสตามธรรมชาติจะต้องมาจากพืชหรือสัตว์ขณะที่กลิ่นรสสังเคราะห์จะถูกสร้างขึ้นในห้องแล็บแต่ก็มีโครงสร้างทางเคมีเหมือนกัน เช่น ตัวทำละลาย สารทำอิมัลชัน และวัตถุกันเสีย นอกเหนือจากสารปรุงแต่งกลิ่นรสแล้วส่วนผสมเหล่านี้จะไม่เปิดเผยบนฉลากแต่ก็มักจะมีสารเติมแต่งอย่าง BHT และ BHA ซึ่งมีส่วนเชื่อมโยงกับโรคมะเร็ง ฉะนั้นคุณควรหลีกเลี่ยงกาแฟปรุงแต่งกลิ่นรสสังเคราะห์และเลือกใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติ เช่น อบเชยผงหรือวานิลลาสกัดบริสุทธิ์

น้ำอัดลมผสมน้ำตาลเทียม

ไม่ใช่เรื่องแปลกที่น้ำอัดลมธรรมดาซึ่งมีปริมาณน้ำตาลสูงจะไม่ดีต่อสุขภาพของคุณแต่ก็อย่าคิดหันไปดื่มน้ำอัดลมผสมน้ำตาลเทียมแทนล่ะ การวิจัยล่าสุดพบว่าผู้ที่ดื่มน้ำอัดลมผสมน้ำตาลเทียมมีแนวโน้มว่าไขมันหน้าท้องจะมากกว่าผู้ที่ดื่มน้ำอัดลมธรรมดาติดต่อกันสิบปีเกือบสามเท่าโดยพิจารณาจากปัจจัยต่างๆ เช่น อายุ การออกกำลังกาย และพฤติกรรมการสูบบุหรี่ ไขมันรอบพุงจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคเบาหวานชนิดที่ 2 กลุ่มอาการอ้วนลงพุง และอัตราการเสียชีวิตเพิ่มขึ้น

สารให้ความหวานแทนน้ำตาลจะมีรสชาติหวานกว่าน้ำตาลทรายและน้ำเชื่อมข้าวโพดชนิดฟรุกโตสสูง ดังนั้นเมื่อเราคุ้นเคยกับรสชาติหวานเข้มข้นนี้แล้ว อาหารที่มีรสชาติหวานน้อยอย่างผักผลไม้ก็จะจืดชืดลงไปด้วย จึงเป็นไปได้ว่าผู้ที่ดื่มน้ำอัดลมผสมน้ำตาลเทียมเป็นประจำอาจจะเลือกรับประทานอาหารแปรรูปที่มีปริมาณน้ำตาลสูงแทน

น้ำผลไม้เข้มข้น+สมูทตี้บรรจุขวด

แค่คำว่า “น้ำผลไม้ 100%” บนฉลากก็ไม่ได้หมายความว่าพวกมันดีต่อสุขภาพจริงๆ มีรายงานว่าเครื่องดื่มสมูทตี้และน้ำผลไม้ในปัจจุบันนี้อาจเป็นน้ำอัดลมชนิดใหม่ที่มีปริมาณน้ำตาลสูง ที่สำคัญผู้บริโภคจำนวนมากเข้าใจผิดว่าน้ำตาลในเครื่องดื่มนั้นมาจากผลไม้แต่อันที่จริงไม่ใช่เลย น้ำผลไม้เข้มข้นเหล่านี้มักจะใช้สารให้ความหวานเหมือนกับน้ำอัดลมซึ่งได้ผลไม่ต่างจากน้ำตาลประเภทอื่น ในทางกลับกันหากรับประทานผลไม้เราก็จะได้เส้นใยอาหารที่ช่วยในการเผาผลาญน้ำตาลและทำให้เรารู้สึกอิ่มท้อง ส่วนสมูทตี้บรรจุขวดก็มีสารให้ความหวานเช่นกันแม้จะอ้างว่าปราศจากน้ำตาลก็ตาม

น้ำดื่มแต่งกลิ่นเพิ่มรสชาติ

น้ำดื่มที่ปรุงแต่งรสชาติกลายเป็นเครื่องดื่มทางเลือกเพื่อสุขภาพแทนการดื่มน้ำอัดลม แต่รู้หรือไม่ว่าน้ำดื่มปรุงแต่งรสชาติมักจะมีปริมาณน้ำตาลสูง สารให้ความหวานแทนน้ำตาล เช่น แอสพาร์เทม สารให้กลิ่นรสสังเคราะห์ หรือแม้แต่สีผสมอาหาร หากคุณต้องการความสดชื่นขอแนะนำให้เพิ่มผลไม้สดลงไปในเครื่องดื่มเพื่อเพิ่มกลิ่นและรสตามธรรมชาติจะดีกว่า

นมถั่วรสหวาน

ทางที่ดีคุณควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มทางเลือกที่ทำจากถั่วเนื่องจากอุดมไปด้วยน้ำตาลและสารปรุงแต่งกลิ่นรส ยกตัวอย่างเช่นนมอัลมอนด์รสวานิลลาจะมีน้ำตาล 13 กรัมต่อถ้วยขณะที่นมทั่วไปซึ่งปราศจากการปรุงแต่งจะมีน้ำตาลเพียงครึ่งหนึ่ง องค์การอนามัยโลกกล่าวว่าปริมาณน้ำตาลที่แนะนำให้บริโภคในแต่ละวันจะอยู่ที่ 25 กรัมเท่านั้น ดังนั้นคุณควรเลือกนมอัลมอนด์ที่ปราศจากการปรุงแต่งกลิ่นซึ่งไม่มีน้ำตาลเลยหรือเรียนรู้วิธีทำนมถั่วด้วยตัวเอง

น้ำดื่มบรรจุขวด

เชื่อหรือไม่ว่าน้ำดื่มบรรจุขวดกำลังครองตำแหน่งศัตรูทางธรรมชาติหมายเลขหนึ่ง แค่การผลิตขวดพลาสติกในสหรัฐอเมริกาเพียงประเทศเดียวก็ต้องใช้น้ำมันมากถึง 17 ล้านบาร์เรลและยังไม่รวมถึงการขนส่งขวดเหล่านั้นอีก สหรัฐอเมริกาใช้พลาสติก PET ประมาณ 5.35 พันล้านปอนด์ต่อปีและมีเพียง 1 ใน 3 เท่านั้นที่ถูกนำไปรีไซเคิล ส่วนที่เหลือก็ถูกนำไปทิ้งในมหาสมุทรซึ่งเป็นอันตรายต่อชีวิตสัตว์ป่าและระบบนิเวศของเรา การศึกษาชี้ว่าน้ำดื่มบรรจุขวดไม่ได้สะอาดหรือดีไปกว่าน้ำประปาเลย (ยกเว้นประเทศที่น้ำประปามีการปนเปื้อน) และที่สำคัญน้ำดื่มบรรจุขวดกว่าครึ่งหนึ่งเหล่านั้นก็มาจากแหล่งน้ำประปาอยู่ดี ถ้างั้นทำไมเราต้องเสียเงินซื้อน้ำประปาระดับพรีเมียมบรรจุขวดพลาสติก BPA ด้วยล่ะ? เปลี่ยนมาลงทุนซื้อเครื่องกรองเพื่อสุขภาพกันดีกว่าทุกคน